พุทธศักราช 2523
 
กำเนิดโรงเรียนหนูน้อย โดยบุพการีคือศาสตราจารย์นายแพทย์อุดม - คุณหญิงมัทนี โปษะกฤษณะ เป็นผู้ก่อตั้ง และอาจารย์อนินทิตา โปษะกฤษณะ เป็นผู้รับใบอนุญาต เปิดการเรียนการสอนแนว “เตรียมความพร้อมปฐมวัย” ตามแบบโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้ช่วยศาสตราจารย์พูนสุข บุณย์สวัสดิ์ เป็นที่ปรึกษา
 

  พุทธศักราช 2535
 
ใช้แนวทางการศึกษาที่โดดเด่นของอิสราเอล นำโดยหม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความสามารถ มีคุณภาพสูง ฝึกครูในรูปของการเรียนรู้แบบปฏิบัติการ (Active Learning) ผ่านการลงมือกระทำจริง จนได้ความรู้ ผนวกกับการเรียนในตำรา หนังสือ อย่างเข้มข้น ควบคู่ขนานกันไปอย่างมีความสมดุลตามศักยภาพในแต่ละวัย








  พุทธศักราช 2537  
 
ผู้บริหารได้รับทุนจากมูลนิธิชมรมไทย – อิสราเอล ในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดยหม่อมหลวงอนงค์ (ชุมสาย) นิลอุบล เข้าสู่ “ยุคกระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณค่า ก่อให้เกิดกระบวนการทางความคิด ความรู้ ความเข้าใจที่แตกฉาน” ผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้หลากหลาย อาทิเช่น ภาษาธรรมชาติ ศิลปะสำหรับเด็ก การพัฒนาสมองซีกซ้าย - ขวา การเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนากายและจิต การพัฒนาประสาทสัมผัส กล้ามเนื้อใหญ่ - เล็ก ตลอดจนการสร้างนักวิทยาศาสตร์น้อยขึ้น เป็นต้น
 
 
 
  พุทธศักราช 2539  
 
เริ่มนำแนวทาง “มาพัฒนาคนกันใหม่” ของท่านเจ้าคุณอาจารย์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต - ขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ พระธรรมปิฎก) เพื่อการพัฒนาเด็กไปสู่ความเป็นคนที่สมบูรณ์ ทั้งพฤติกรรม จิตใจ ปัญญา เป็นยุคสร้างความสามารถ พัฒนาเด็กได้แตกต่างจากระบบการศึกษาในระบบโรงเรียนทั่วไป เริ่มต้นนำธรรมะในพระพุทธศาสนาลงสู่การปฏิบัติจริง
 

  พุทธศักราช 2542
 
เห็นผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จิตใจของครูและเด็ก การเข้าสู่บรรยากาศ
ความสงบ ความงดงาม จึงประกาศเป็นนโยบายต่อผู้ปกครอง . . . พลิกเข้าสู่
“ระบบการศึกษาแนวพุทธ”




  พุทธศักราช 2544
 
การเข้าสู่ความเข้าใจแก่นแท้ในพระพุทธศาสนา พัฒนาการจัดการศึกษาที่แท้ สมบูรณ์และสูงสุดของมนุษยชาติ เพื่อพัฒนาเด็กให้เป็นคนที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งความรู้ทางโลกเพื่อวิชาชีพการทำงาน และความรู้ทางธรรม ประกอบด้วยปัญญา มีศีลธรรม คุณธรรม นำการดำเนินชีวิตให้ดีงาม ทั้งส่วนตน ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ ทั้งมวล


  พุทธศักราช 2546
 
เริ่มขยายการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ในรูปแบบ School - home ผู้ปกครองร่วมกันตั้งชื่อ
“บ้านพุทธประถม”
(โดยฝากชื่อเด็กไว้เป็นทางการกับโรงเรียนทอสี) ตั้งขึ้นท่ามกลางกระแส
โรงเรียนนานาชาติที่ไหลบ่าค่านิยมตะวันตก นำพาลูกหลานให้ทิ้งคุณค่า ภูมิปัญญาไทย
ทั้งด้านภูมิธรรม และความรู้ทางโลกที่เป็นบริบทไทย ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม มารยาท
คุณธรรมต่างๆ เลือนหายไป โรงเรียนจึงมีนโยบาย และวางหลักสูตรเน้นวางรากฐาน 3 วิถี
ไว้ชัดเจน คือ วิถีไทย วิถีธรรมชาติ และวิถีพุทธ อันเป็นแนวทาง และรูปแบบที่ทรงคุณค่า
สร้างเด็กไทยให้ดำรงความเป็นไทย รักษาโลก ธรรมชาติ สืบต่อพระพุทธศาสนาต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน


















  พุทธศักราช 2549
 
โครงการก่อสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ ด้วยทุนบุญสนับสนุนจากผู้ปกครอง บุพการี ญาติมิตร ออกแบบงานสถาปัตยกรรม โดยศิลปินแห่งชาติ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน  เปิดอาคารเรียนในภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2550 พัฒนาหลักสูตรให้เกิดผลต่อเด็กเป็นรูปธรรมชัดเจนในแนว
"คงแก่เล่น คงแก่เรียน คงแก่การทำงาน การเข้าสังคม  ให้เกิดผลสมจริงในทุกระดับชั้น
  พุทธศักราช 2551  
 
โรงเรียนประถมศึกษาใหม่ บนผืนดินเดิม เปิดเรียนเป็นทางการด้วยชื่ออันเป็นมงคล สมบูรณ์ด้วยความหมาย“โรงเรียนสยามสามไตร” จากท่านเจ้าคุณอาจารย์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ในระดับเด็กเล็ก อนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 พร้อมกับการพัฒนาผู้บริหารน้อยและครูรุ่นใหม่ ร่วมด้วยได้รับเกียรติจากสถาบันการศึกษาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ส่งนิสิต นักศึกษา มาฝึกสอนเพื่อสร้างครู ผู้สืบสานการศึกษาที่มีคุณภาพให้ลูกหลานไทย ตามนโยบายเชิงอุดมคติต่อไป